Archive for December, 2008

The Last Lecture

Author: Jirawan.k
December 26, 2008

หลายคนคงเคยเจอคำถามว่า ถ้าพรุ่งนี้โลกจะแตก แล้วคุณจะต้องตาย อยากทำอะไรมากที่สุด?
ไม่รู้ว่าคนอื่น ๆ จะตอบกันว่าอย่างไร แต่ฉันไม่เคยตอบคำถามเหล่านี้ได้เลย
เพราะว่า พรุ่งนี้ พรุ่งนี้ พรุ่งนี้ มันดูเร็วมากเหลือเกิน (กรุจาไปทำอะไรทันวะ แค่นั่งรถไปทำก็ครึ่งวันแล้ว ฮ่าาาา

thelastture-01   thelastture-02

วันนี้มีโอกาสอ่านหนังสือที่เคยอยากอ่านมาก ๆ ..The Last Lecture

ก็มาเจอกับคำถามคล้าย ๆ กับที่หลายคนคงเคยได้ยิน/ถูกถามมาแล้ว เพียงแต่ยืดระยะเวลาให้นานขึ้นอีกหน่อย
“ถ้าคุณมีเวลาอีกไม่กี่เดือนที่จะได้มีชีวิตอยู่บนโลก คุณจะทำอย่างไร?” เป็นไง ดูเป็นสิ่งที่เป็นไปได้มากขึ้นรึปล่าว

มีคนหลายคนเคยบอกว่า อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วทำให้มีแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิต และมีอีกหลายคนอีกเช่นกันที่บอกว่า อ่านแล้วแม่งเศร้า…จริง ๆ นะ.. เมื่อฉันได้อ่านแล้ว นอกจากเห็นด้วยว่า แม่ง..เศร้าจริง ๆ นะ ฉันได้อีกแง่มุมหนึ่งกลับมา นั่นคือ ความรักของคนเป็นพ่อ

The Last Lecture เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นโดย แรนดี เพาช์ ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการ คอมพิวเตอร์ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์และการออกแบบ แห่งมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน เพาช์ รับรู้ว่าตนจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงสามถึงหกเดือนเท่านั้น เนื่องจากมะเร็งในตับอ่อนอยู่ในขั้นระยะสุดท้ายแล้ว แต่เขาจะทำอย่างไรกับภาระในชีวิตที่มีมากมาย เดาได้หรือไม่ว่าภาระของชายวัยสี่สิบที่กำลังจะตายคืออะไร ไม่ยากเลยใช่ไหม ภรรยาและลูกวัย ห้าขวบ สองขวบ และสิบแปดเดือน จำนวนสามคน เรียกได้ว่าเป็นภาระหนักพอรึปล่าว

ภาระที่ฉันกำลังจะพูดถึง ไม่ใช่เฉพาะภาระในด้านเงินทองค่าใช้จ่ายที่จบลงด้วยว่า คุณทำประกันชีวิตไว้แล้วหรือยัง แต่อย่างใด แต่เป็นภาระที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น ถ้าตอนนี้คุณกำลังมีลูกเล็ก ๆ ถึงสามคนอย่างเพาช์ คุณจะทำอย่างไรให้ลูกรู้ว่าคุณรักพวกเขาขนาดไหน คุณจะทำอย่างไรให้ลูกรู้ว่าคุณเป็นคนเช่นไร มีความรู้ มีทัศนคติ หรืออยากให้ลูกดำเนินชีวิตต่อไปในทิศทางใด คุณจะจับสิ่งเหล่านี้ยัดลงไปในตัวเด็กอายุไม่เกินห้าขวบได้อย่างไร

การสนทนาของเพาช์กับภรรยา ตอนหนึ่ง ติดอยู่ในใจฉันอย่างมาก นั่นคือตอนที่เพาช์ตัดสินใจว่าจะต้องไปทำการบรรยายครั้งสุดท้ายที่คาร์เนกีเมลลอนในวันเกิดของภรรยา ในเวลาช่วงสุดท้ายของชีวิตที่เขาควรจะให้เวลาอย่างเต็มที่กับภรรยาและลูก มากกว่าการเตรียมตัวเพื่อบรรยายในครั้งสุดท้ายนี้

เพาช์ถามภรรยาเมื่อเธอต้องการให้เขาใช้เวลาเหล่านั้นอยู่กับเธอและลูก ๆ เพื่อให้ลูก ๆ ได้มีความทรงจำที่น่าประทับใจเกี่ยวกับพ่อของพวกเขาได้มากที่สุด ว่าลองคิดดูให้ดีว่า เราอาจจะพอมีความทรงจำสมัยเมื่อตอนห้าขวบกันอยู่บ้าง แต่เอาจริง ๆ แล้วเราจำได้ดีสักแค่ไหน ลูกจะจำได้ไหมว่าเขาเคยเล่นอะไรหรือหัวเราะเรื่องอะไรกับพ่อของเขาบ้าง อย่างดีก็แค่เลือนรางเท่านั้นเอง แล้วลูกที่อายุเพียงสองขวบและสิบแปดเดือนละ ทำอย่างไรที่จะทำให้เขารู้ให้ได้ว่า พ่อของเขาคือใคร เป็นคนแบบไหน และได้รับการยอมรับนับถือจากสังคมภายนอกมากเพียงใด ซึ่งการบรรยายครั้งนี้จะช่วยบอกลูก ๆ ของเขาได้จากภาพวีดีโอที่คาร์เนกีเมลอนถ่ายเอาไว้

ฉันชื่นชมกับความห่วงใย, แนวทางความคิด และมรดกที่เพาช์ทิ้งไว้ให้ลูกๆ ของเขา มรดกที่ไม่ใช่แค่เงินทอง มรดกที่หวังจะให้ลูกได้ดำเนินชีวิตได้อย่างเพียบพร้อมสมบูรณ์เหมือนกับเด็กที่มีพ่อและแม่คอยดูแลเอาใจใส่และคอยชี้แนะเป็นกำลังใจจนเติบโตพร้อมที่จะก้าวไปมีชีวิตเป็นของตนเอง

เพาช์ได้กล่าวทิ้งท้ายก่อนจบการ Lecture ว่า การบรรยายทั้งหมดที่กล่าวมา ไม่ได้เพียงแค่บรรยายถึงเรื่องการทำความฝันในวัยเด็กของคุณให้เป็นจริงได้อย่างไร ไม่ได้บรรยายเพียงเพื่อสร้างแรงบรรดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างถูกต้องต่อผู้คน

แต่การบรรยายครั้งนี้ เพื่อลูก ๆ ของผม.

เยี่ยมชมการบรรยายครั้งสุดท้ายของ แรนดี เพาช์ได้ที่
http://www.thelastlecture.com/
http://www.youtube.com/watch?v=ji5_MqicxSo

Popularity: 8%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

Pano_resize

(ภาพประกอบ Panorama ดอยหัวหมดของเช้าวันที่ สาม)

ทีลอซู
Nikon D90
18-105 Kit 3.5-5.6
Benro A500 Tripod
Resize only not Shaphen additional
nomore Y_Y

คำแนะนำ เมื่อ Click ที่ภาพแล้วเพื่อให้ได้สัดส่วนภาพเพื่อม่ให้เป็นหยังแล้วดูสวยขึ้นให้ Click ที่ Full Size หรือ Actual Size ที่มุมขวาล่างด้วยนะครับ

Trip อุ้มผาง น้ำตกทีลอซู ดอยหัวหมด
ค่า Trip 1800 3 วัน 2 คืน
นอนเต้า 1 คืน นอน Resort  คืน Guide 1 คน ค่ารถนำเที่ยวชม ค่าล่องแพยาง อาการ 7 มือ (รวมแล้วคุ้มมากมาย เพราะ ไกด์ ดีมากๆ)

สวัสดีครับทุกท่าน เมื่อช่วงหยุดยาวที่ผ่าน (5,6,7 ธันวาคม 2551) มาผมได้มีโอกาศขับรถไปยังแผ่นดินดอยลอยฟ้า “อุ้มผาง” จังหวัดตาก และก็ได้ไปเยือนทีลอซู ที่มีน้ำตกสวยอันดับ 1 ของเอเซีย และ อันดับ 6 ของโลก ออกเดินทางจากกรุงเทพ 5 ทุ่มกะว่าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่อุ้มผาง

DSC_4540_resize

ประกฎว่ากว่าจะไปถึงรถติดชมัด ช่วงหยุดยาว บางช่วงรถชนกันติดเกือยสนิท กว่าจะไปถึง 8.00 พอดี :p ดีแล้วที่ถึง ระหว่างทางนั้น ได้แวะถ่ายรูปมาให้ดูในช่วงแรกๆ

DSC_4402_resize

มาดูบรรยากาศกันดีกว่าครับ

ตอนไปถึงก็เช้าพอดีทีงานก็ได้แวะชิมบรรยากาศบนจุดชมวิวบนภูเขาจะมองเห็นทะเลหมองอยู่ลิบๆโน่น และทะเลหมองนั่นแหละที่เราจะต้องขับผ่าน

DSC_4364_resize DSC_4371_resize DSC_4373_resize

แวะชมภาพบรรยากาศสองข้างทาง แสงแดดที่สาดส่องในเช้าวันพ่อ วันที่ 5 ธันวาคม

 DSC_4376_resize DSC_4379_resize DSC_4380_resize

ข้างบบเป็นเส้นทางไปอุ้มผ่างที่ผ่านจุดทรหดมาแล้วและกำลังมุ่งหน้าสู่ทะเลหมอก

 DSC_4383_resize

DSC_4384_resize DSC_4389_resize DSC_4394_resize

ถึงแล้วก็แวะทานข้าวต้มมื้อเช้ากันอย่างหิวโซ งานนี้ Buffe ครับ เหอะ หลังจากทานอาหารกันแล้วก็ออกเดินทางไปยังแก่ง ซึ่งเราจะเตรียมสิ่งของที่จำเป็นไปเท่านั้น ที่เหลือเอาไปกับรถสองแถวครับ

 DSC_4398_resize
ถึงแล้ว

  DSC_4403_resize  DSC_4404_resize DSC_4406_resize DSC_4410_resize

การล่องแพจะใช้เวลา 2.30 ชั่วโมง ถึง 3.00 ชั่วโมงครับแล้วแต่ว่าจะแวะที่ไหนกันหรือเปล่า ถ่ายรูปทีมงานทั้ง 9 คนก่อนออกเดินทางครับ let go

 DSC_4435_resize DSC_4437_resize DSC_4439_resize DSC_4449_resize

สองข้างฝั่งของการล่องแพจะเห็นป่าที่สมบูรณ์และภูเขาหน้าผา อยู่ตลอดการเดินทาง อากาศเย็นสบายไม่ร้อนไม่หนาว ส่วนน้ำนั้นก็เย็นมากครับ

 DSC_4452_resize DSC_4461_resize DSC_4467_resize DSC_4470_resize

เมื่อเราล่องแพไปได้สักระยะก็จะได้พบกับน้ำตกน้อยใหญ่เกือบตลอดทาง และที่เห็นนี่ก็เป็นน้ำตกทีลอจ่อ จุดนี้จะเป้นไฮไลท์ที่สวยงามมาก ลักษณะจะเป็นต้ำตกจากหน้าผาไหลลงมายังลำน้ำแม่กลองที่เราล่องแพกันอยู่ ถ่ายไว้เย๊อะครับ แต่เอาลงมาหมดคงจะมิไหว

 DSC_4474_resize DSC_4477_resize DSC_4484_resize DSC_4491_resize DSC_4493_resize

สองภาพบนเป็นใบไม้ล่วง การล่วงของใบไม้ที่เห็นนั้นมีปริมาณมาก จนอดสงสัยไม่ได้ว่า มันจะอยู่ได้กี่วันเชียว แล้ววันอื่นมันไม่หล่นอย่างนี้หรือ หรือว่ามันค่อยๆมะยอยหล่นที่ละต้นๆหรนือที่ละกลุ่มๆ

 DSC_4504_resize DSC_4509_resize DSC_4517_resize

ระหว่างทางเราจะได้แวะชมน้ำพุร้อนที่มีอุณภูมิประมาณ 35 องศา C ก็อุ่นกำลังดีอ่ะนะ ที่นี่เราจะทำการแวะหาของกินและเข้าห้องน้ำกัน

 DSC_4530_resize DSC_4531_resize ออกเดินทาง

 DSC_4538_resize

จ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ตัวไรหนะ มำไมใหญ่จัง

 DSC_4540_resize DSC_4544_resize DSC_4545_resize DSC_4580_resize

บรรยากาศสองข้างทางนั้นยังกับต่างประเทศเลย เคยเห็นในสารคดี แต่ไม่รู้หรอกว่าที่ไหน รู้แต่ว่าสวยดีและแปลกตาดี วันนั้นเห็นแพยางเย๊อะมาก คิดในใจว่า “แย่แล้วสิ งานนี้ได้เล่นแพบ้ำแน่ๆเชียว” แต่เอาเข้าจริงๆไม่ได้เป็นเยี่ยงนั้น

เอาหละถึงฝั่งแล้ว รวมเวลา 2.30 ชั่วโมงดูตามเวลา File ภาพที่ถ่าย :D จุดนี้จะเป็นจุดที่แวะทานข้าวกล่อง ซึ่งเป็นมื้อที่สองครับ ก่อนเดินทางเข้าไปยังอุทยานโดยรถสองแถว

 DSC_4584_resize DSC_4585_resize DSC_4591_resize DSC_4597_resize DSC_4600_resize DSC_4603_resize

เมื่อมาถึงตัวอุทยานก็เลือกเต้นที่จะนอน ในวันแรกไกด์จะไม่พาไปเดินชมน้ตกเลย เค้าจะให้เราพักผ่อนตสมอัถยาศัย แต่ก็มิอาจต้านทานความสงสัยไปได้ว่า แล้วบรรยากาศมันต่างกันมั๊ยหละ ดังนั้นทีมงานก็เดินทางไปสำรวจกันยังน้ำตก โดยมีไกด์ไปด้วย :D

บรรยากาศของทีลอซูยามเย็นนั้นจะเป้นบรรยากาศย้อนแสงอาทิตย์ ซ฿งก็ไม่ผิดหวัง ภาพที่ได้มาดูแตกต่างจากที่เคยเห็น

 DSC_4613_resize DSC_4617_resize DSC_4623_resize DSC_4633_resize DSC_4634_resize DSC_4635_resize DSC_4647_resize DSC_4684_resize DSC_4695_resize

หลังจากกลับจากตัวน้ำตกที่ใช้เวลาเดินไปประมาณ กิโลกว่าๆ ก็ทำการอาบน้ำ โดยมีห้องน้ำให้บริการทั้งชายและหญิง และก็เช่นเคยตาม Life Style ผมก็ชวนน้องๆและเพื่อนๆไปลิ้มลองบรรยากาศเย็นๆในน้ำที่ลำธารข้างๆเต้น และก็แน่นอนเลยทีเดียวว่า เย็นนนนนนน ยะเยือกDSC_5039_resize DSC_5050_resize

นีไง ห้องน้ำของเรา คิดว่าจะไม่มีใครอาบซะแล้ว ที่ไหนได้มานั่งตีโป่งกันเป็นแว เลย :S ไอ้เราหนะสิที่กลับอาย :$

DSC_4696_resize มื้อเย็นครับ มื้อนี้ก็บุฟเฟ่เหมือนเมื่อเช้าครับ มื้อที่สามแล้ว งานนี้อิ่มพลี เป็น Trip ที่ไม่ค่อยเหนื่อยแล้วยังกินกระจายอีก :D ใครบอกเที่ยวป่าแล้วจะผอม :D

 DSC_4708_resize DSC_4710_resize DSC_4712_resize DSC_4717_resize 

ส่งเข้านอนคืนแรกด้วยภาพนี้ครับ แล้วพบกันต่อในเช้าวันรุ่งขึ้นครับ *****

ทีลอซู Part 2/2 Final

 

ทีลอซู Part 2/2 Final Set
Nikon D90
18-105 Kit 3.5-5.6
Benro A500 Tripod
Resize only not Shaphen additional
nomore Y_Y

อรุณสวัสยามเช้ากับบรรยากาศที่สุดยอด ณ ริมลำธารของ ทีลอซู

 

DSC_4732_resize

DSC_4753_resize

ตื่นกันแต่เช้าก็ กิน (อีกและ) ก็เช่นเคยครับ Buffe ตามที่เห็นแหละครับ กาแฟ โอวันติน ข้าวต้ม (อร่อย)

DSC_4794_resize DSC_4797_resize

หลังจากอิ่มหนำแล้วก็เดินทางไปยังตัวน้ำตกกันต่อ ผมจะไม่บรรยายมากนะครับเน้นดูรูปกันดีกว่าครับ

DSC_4777_resize DSC_4812_resize 

ทีมงาน (ชุดเข้าป่ารึนี่ :D)

DSC_4842_resize

สองข้างทางที่เราเดินเข้าไปยังตัวน้ำตกจีมีสิ่งให้เราได้เก็บเกี่ยวตลอดเวลา มีมุมสวยๆให้เราได้ถ่ายรูปและมุมสบายๆให้เราได้นังพัก เส้นทางที่เดินประมาณกิโลหน่อยๆ แต่ทีมงานใช้เวลาเดินประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ -_-’ กว่าจะถึง

 DSC_4832_resize DSC_4838_resize 
DSC_4857_resize  

มุมสบายๆ กับ บรรยากาศดีๆ

DSC_4862_resize

ช่วงเช้าจะได้บรรยากาศที่สวยไปอีกแบบซึ่งจะแตกต่างจากตอนเย็น

  DSC_4864_resize DSC_4870_resize

ถึงแล้วน้ำตก ทีลอซูยามเช้า แสงที่สาดส่องมากระทบด้านหน้าของทำตกทำให้ได้มุมมองที่แตกต่างจากตอนเย็น ซึ่งให้ความรู้สึกที่แตกต่าง

DSC_4911_resize

DSC_4901_resize

ตัวน้ำตกด้านหน้า

 DSC_4932_resize DSC_4944_resize

แสงยามเช้านี่สวยจริงๆ สำหรับท่านที่ต้องการจะเล่นน้ำมห้เตรียมชุดไปด้วยนะครับ รับลองว่าไม่ผิดหวัง อุณภูมิน้ำไม่รู้ว่าตอนไหนเย็นกว่ากัน แต่ความรู้สึกที่ไปแตๆดูแล้ว ตอนเช้านี้สามารถลงไปเล่นได้สบายไม่เหมือนตอนเย็นที่เย็นแทบขากใจ :s

  DSC_4961_resize DSC_4992_resize

DSC_5005_resize

จุดที่มีปริมาณน้ำตกที่ใหญ่มากจุดหนึ่ง เรียกว่าเป้นอีกไฮไลท์นึงเลยทีเดียว งานนี้เล่นเอากล้องเปียกเลย :D

DSC_5023_resize

หลังจากดื่มด่ำกับการตากระออกน้ำเล่นแล้วก็เดินทางกลับไปที่เต้น เพื่อเก็บสัมภาระ

ในวันนี้ทางคณะทัวร์จะไปเที่ยวกันต่อยังสวนส้ม-ถ้ำตะโคะบิ-และงาน อุ้มผางแผ่นดินดอยลอยฟ้า กันต่อแล้วกลับที่พัก

  DSC_5051_resize DSC_5055_resize DSC_5064_resize

เตรียมตัวออกเดินทาง ขอบอกว่ากล้องหรืออะไรที่โดนฝุ่นไม่ได้ให้หาอะไรปิดดีๆ และอย่าทาครีมหนาๆขณะนั่งรถสองแถวเข้าออกจากตัวน้ำตกเนื่องด้วยจากว่า ฝุ่นมันหน้ามากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดนกันมาแล้วครับ หัวดำๆนี่ แดงเป็นแถว ดูทีมงานสิครับ :D

DSC_5087_resize DSC_5098_resize DSC_5115_resize  

สวนส้มครับ แวภาพกลางนี่ ไกด์ที่แสนดีของเรา ขอบอกว่าเค้าทำงานได้เกินหน้าที่มากๆ ประทับใจมาก เค้าดูแลเราเป็นอย่างดี

ออกจากสวนส้มก็ไปต่อกันที่วัดที่มีโบสไม้สักใหญ่ที่สุด ในเมืองไทยมีโบสไม้สักสองที่ แต่อีกที่นึงจำไม่ได้ว่าที่ไหนครับ

DSC_5120_resize DSC_5123_resize DSC_5144_resize
DSC_5146_resize

ออกจากวัดแล้วก็เดินทางไปยัง “ถ้ำตะโค๊ะบิ” กันต่อ
ที่นี่มีประสัติที่น่ากลัว หลังจากออกจากวัดมาก็มาถึงนี่เย็นคนเริ่มทะยอยกลับ ทางทีมงานสังเกตุเห็นสีหน้าไกด์ว่ามีความวิตกว่าจะกลับออกมาไม่ทันแสงสุดท้ายของวัน นั่นก็คือจะมืดเกินไป ไกด์ก็ไม่ได้เล่าประวัติอะไรให้ฟัง ได้แต่เดินไปบอกมัคคุเทศน้อยว่า “น้ำตก” ผมได้ยินเลยบอกว่า จะไปแค่น้ำตกเหรอ ไปหมดเลย มืดก็ไม่เป็นไร น้องเค้าบอกว่า อยากพาไปหมดแหละพี่แต่กลัวจะกลับไม่ทัน ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรได้แต่หัวเราะ (เพราะไม่รู้ประวัติถ้ำ) ก่อนเข้าเราก็เข้าห้องน้ำกันก่อน หน้าถ้ำมีของขายและคนเย๊อะมาก ไม่เห็นหน้ากลัวตรงไหน

DSC_5149_resize

หลังจากที่เข้าไป พ่อผมเอง ก็ได้เริ่มเปิดประเด็น ด้วยที่รู้ประวัติมาบ้าง ว่าเค้าเหล้านั้น ได้ทำอะไรลงไปบ้าง แล้วเค้าเหล้านั้นเป็นใครและเสียสละอะไรไปบ้างหละ นั่นแหละคำถาม

และแล้วคำถามก็ได้รับคำอธิบาย เมื่อครั้นนานมาแล้ว ซึ่งจริงๆก็ไม่นานเท่าไรนักที่แห่งนี้ได้มีกลุ่มคอมมิวนิส ได้มาอาศัยหลบภัยและตั้งศูนย์ที่นี่และเจ้าหน้าที่ก็ได้มาประทะกับกลุ่มคอมมิวนิส เจ้าหน้าที่และคอมมิวนิสได้ล้มตายเป็นจำนวนมาก ด้วยภูมิประเทศที่เข้าถึงได้ยาก ที่ปากถ้าได้มีการยิงและระเบิดต่อสู้กันอยู่นาน ณ ช่วงนั้นมีผู้เสียชิวิตประมาณ 500 คน ซึ่งนั่นก็เป็นการบอกเล่าจากผู้ที่อยู่ในสมัยนั้น แต่ทางผมและทีมงานก็ไม่ได้ลบหรู่หรืออะไร แต่กลับรู้สึกว่าเค้าเหล่านั้นไม่ว่าฝ่ายไหน ก็กล้าหาญด้วยกันทั้งนั้น

และวันนั้นก็ได้ชมแค่น้ำตกจริงๆด้วย หลังจากออกมานอกถ้ำปรากฏว่า หน้าถ้ำไม่เหลือใครเลยนอกจากคนขับรถคนเดียวที่ยืนยิ้มบอกว่า เค้าไปกันหมดแล้ว เหลือผมอยู่คนเดียวเนี่ย :D

เชิญเข้าไปชมภายในถ้ำกันหน่อยดีกว่าครับ ภาพที่นำมาให้ชมในถ้ำมีภาพแรกภาพเดียวที่ใช้ Flash ที่เหลือไม่ได้ใช้ Flash และไม่มีขาตั้งกล้อง จึงอาจจะใช้ ISO ถึง 1250 ด้วย Speed Shuter ที่ต่ำ ประมาณ 1/3 - 1/8 :D งานนี้ต้องยืนนิ่งมากๆ ไม่มี VR ช่วยภาพคงออกมาไม่ได้แบบนี้ :s เหนื่อย

DSC_5155_resize DSC_5171_resize DSC_5175_resize DSC_5176_resize
DSC_5180_resize DSC_5182_resize DSC_5183_resize DSC_5184_resize
DSC_5196_resize DSC_5197_resize

หลังออกจากถ้ำก็เดินทางกลับที่พักที่ Resort อิงดอย รีสอร์ท เพื่อไปทานอาหารก่อนเดินเที่ยวในงาน อุ้มผาง แผ่นดินดอยลอยฟ้า ซึ่งจัดขึ้นปีละครัง

DSC_5203_resize_thumb1
มื้อค่ำ

หลังจากทานอาหารเสร็จก็ไปเดินเที่ยวงาน :D

DSC_5239_resize

DSC_5208_resize DSC_5222_resize DSC_5229_resize  DSC_5235_resize DSC_5236_resize DSC_5253_resize

ที่อุ้มผางเราได้เห็นเหล้ากระเหลี่ยงเย๊อะแยะมากมาย :D ผมลองไป 2 เป๊ก(แบบถุงพลาสติก) เล่นเอามึนไปเลย ส่วนภาพข้างบน ใครชอบสูตรไหนก็จัดไปครับ ;)

DSC_5246_resize DSC_5249_resize  DSC_5256_resize

งานนี้ได้เห็น ธิดาดอยของจริง ….. ขอบคุณสำหรับคำถามค่ะ

DSC_5251_resize

ส่งท้ายคืนวันสุดท้ายที่งาน อุ้มผาง แผ่นดินดอยลอยฟ้าครับ กลับเข้าที่พักแล้ว นอน………….

และ อรุณสวัสดิ์ กับ ดอยหัวหมด วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วครับที่เราจะเที่ยวแล้วเดินทางกลับไปในวันเดียวกัน

เช้าวันนี้เราจะไปชมทะเลหมอกที่ดอยหัวหมดคนเย๊อะหน่อย แต่บ่ยั่น เพราะมุมดีๆสามารถหาได้จากสถาณที่ๆไปยากสักหน่อย ;)

DSC_5295_resize DSC_5296_resize DSC_5297_resize DSC_5308_resize DSC_5379_resize

กลับจากดอยหัวหมดก็กลับที่พักทานข้าวแล้วเดินทางกลับ ขากลับก็มีที่ให้แวะถ่ายรูปมากมายตลอดทาง และที่เห็นคือทางที่ๆเราเดินทางมากลางคืนแล้วไม่มีโอกาศได้เห็นแบชัดๆ สวยมากมายครับ

DSC_5399_resize DSC_5400_resize DSC_5434_resizeDSC_5408_resize DSC_5419_resize

เมื่อขับรถกลับจากอุ้มผางไปตามถนนสายหลัก เราจะได้เห็นหมู่บ้านผู้อบพยบ ซึ่งถ้าจะเข้าไปถ่ายรูปข้างในก็ให้ขออนุญาติเจ้าหน้าที่เข้าไปถ่ายได้ครับ

DSC_5438_resize DSC_5445_resize DSC_5446_resize DSC_5451_resize DSC_5452_resize DSC_5453_resize

เด็กๆชาวเขา

หลังออกจากอุ้มผากถ้าเวลาเหลือก็ไปเที่ยวต่อยังแม่สอด และตลาดริมเมยได้ครับ ที่นี่มีบุหรี่ซองละ 10 บาทขายด้วยครับ บุหรี่ไม่ดีต่อสุขภาพนะครับ

 DSC_5475_resize DSC_5486_resize DSC_5490_resize
DSC_5507_resize DSC_5508_resize DSC_5512_resize

จบแล้วครับกับ Trip ทีลอซูงทั้ง 2 Part ขออภัยด้วยครับที่ไม่ได้อธิบายข้อมูลอย่างระเอียดเนื่องจากว่าเวลานั้นสั้นนัก และขออภัยด้วยครับที่นวมทั้ง 2 Part ไวที่ Blog เดียว เนื่องจากว่า Part 2/2 ไม่สามาถ Create ได้ ^^

Popularity: 37%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google