Archive for September, 2008

September 28, 2008

ไก่เน่าๆ (ภาพประกอบจากอินเทอร์เนต) ผมเซ็งมาก สเปอร์สมันแพ้อีกแล้ว…

และแล้วสเปอร์สก็สอนผมอีกเรื่อง ที่ว่า “ทีมเวิร์ค” สำคัญกว่าความสามารถเฉพาะตัว

ทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นพรีเมียร์อย่าง Hull City ทำได้ดีมากในการเริ่มต้นฤดูกาล นักเตะแต่ละคนของ Hull ผมแทบไม่รู้จักชื่อด้วยซ้ำ แต่ว่าทุกคนเล่นกับแบบทุ่มเทสุดหัวใจ วิ่งไล่บอลทุกจังหวะ นัดล่าสุดเพิ่งเอาชนะหนึ่งในทีม Big 4 อย่างอาเซนอลมาได้อย่างสุดยอด

ในขณะที่ทีมที่หลายๆ คนจับตามองอย่างสเปอร์ส ก่อนเปิดฤดูกาลกว้านซื้อนักเตะเกรดสูงมาหลายคน รวมทั้งโละนักเตะที่ผู้บริหารคิดว่า เป็นนักเตะเกรดบี ออกจากทีมโขยงใหญ่ รวมๆ กันมากกว่า 17 คน โดยหวังว่า นักเตะเกรดเทพที่กว้านซื้อมา จะโชว์ฟอร์มสุดยอด พาทีมลุ้นพื้นที่แชมเปี้ยนลึค

ผิดคาดครับ นักเตะระดับเทพๆ ทั้งหลาย เล่นฟุตบอลกันไม่มีทีมเวิร์คเลย แดนกลางทำเกมส์ไม่ได้ กองหน้าพอไม่มีเบอบาตอฟ กับรอบบี้ คีน ก็เหมือนกับไม่มีกองหน้าลงสนาม (อย่าพูดถึงดาเรน เบนท์ ขอร้อง)

สเปอร์สซื้อนักเตะไปร่วมๆ 60 ล้านปอนด์ (แต่ขายไปก็เยอะ) แต่ตอนนี้อยู่อันดับสุดท้ายของตาราง พูดง่ายๆ ก็คือ “รั้งบ๊วย” นั่นเอง เป็นการเปิดฤดูการที่แย่ที่สุดในรอบ 50 ปี บางทีแฟนสเปอร์สหลายคนมองว่าปัญหาของทีมก็คือการขาดศูนย์หน้าตัวความหวัง ทั้งดิมิทรา เบอบาตอฟ กับรอบบี้ คีนไปพร้อมๆ กันช่วงก่อนเปิดตลาด

แต่ความจริงแล้ว ปัญหาที่จริงของสเปอร์สคือ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ยกทีม ทำให้นักเตะใหม่ๆ ไม่มีความเข้าใจในเกมส์ ปรับตัวเข้ากับการเล่นในอังกฤษไม่ได้ รวมถึงขาดทีมเวิร์ค แดนกลางระดับเทพที่ซื้อๆ มา จ่ายบอลกันไม่เป็น สู้นักเตะเกรดบีที่วิ่งสู้ฟัดสุดใจขาดดิ้น อย่างฤดูกาลที่แล้วไม่ได้

เล่นบอลกันมา 6-7 แมตช์ ไม่มีการต่อบอลสวยๆ ไปทำประตูเลยแม้แต่ลูกเดียว

นี่คือปัญหาของทีมเวิร์คแล้ว…

โพสนี้อาจจะเป็นโพสส่วนตัว และออกจะมีอารมณ์หน่อยๆ เพราะบอลมันเพิ่งจบ…

ผมย้อนกลับมามองที่แอพพรีคอต ผมเคยบอกหลายๆ คนไว้ ว่าผมไม่ต้องการทีมงานที่มีพรสวรรค์ คุณไม่ต้องเก่ง คุณไม่ต้องเทพ ผมขอแค่คุณมีพรแสวง มีความอุตสาหะ พยายาม ทำงานเป็นทีม ทุ่มเทกับงานอย่างสุดหัวใจ…

แค่นั่นก็เพียงพอแล้ว ที่จะทำให้พวกคุณประสบความสำเร็จ ไม่ว่าคุณจะทำงานอยู่ที่ไหนในโลกนี้ก็ตาม

เชื่อผมเถอะ…

Popularity: 24%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

ทีมงาน Apricot Ion ทุกคน

พวกเรานั่งทำงานไปทุกวันๆ โดยที่เรากำลังคิดว่า “นวัตกรรมของเรานี่แหละที่เจ๋งที่สุด” อยู่หรือเปล่า…?

ผมเองอาจจะโม้ให้กับลูกค้าหรือพาร์ทเนอร์ของพวกเราฟังถึงเรื่องนวัตกรรมที่สุดยอดของ R&D Lab ของเรา แต่ในความจริงแล้ว ผมเองรู้สึกตรงกันข้ามเลย

ผมไม่ happy ที่จะยึดติดว่านวัตกรรมของเราสุดยอด เพราะเมื่อไหร่ที่ผม ซึ่งเป็นผู้นำ คิดว่า เราอยู่จุดที่สูงที่สุดแล้ว องค์กรก็จะไม่มีศักยภาพพอที่จะคว้าอนาคตที่ดีกว่านี้ได้

ผมยึดหลักว่า เราต้องมองหาจุดอ่อนของนวัตกรรมของเราอยู่ตลอดเวลา เพิ่มพัฒนา ต่อยอด และเติมเต็ม แม้ผมจะบอกเสมอว่า เทคโนโลยีของเรานี่แหละ เจ๋งสุดๆ แล้ว แต่ผมก็ไม่ลืมที่จะมองหา สิ่งที่เจ๋งกว่า เพื่อให้ Apricot ให้เป็นสุดยอดองค์กรแห่งนวัตกรรมอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ลมปาก

โพสนี้ผมไม่ได้เฉพาะเจาะจงเพียงแค่ทีมโปรแกรมเมอร์ แต่ยังรวมไปถึงทีมมาร์เกตติ้งด้วย โดยเฉพาะทีมมาร์เกตติ้ง ผมอยากให้เห็นภาพที่ผมเขียนได้อย่างชัดเจน เนื่องจากแนวคิดตรงนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนในมุมมองการทำตลาด รวมถึงการสร้างนวัตกรรม

อยากให้ทุกๆ คนช่วยตามผมมาครับ…

Read the rest of this entry »

Popularity: 36%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

ครั้งหนึ่งเลนิน ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ที่ยิ่งใหญ่แห่งโซเวียต ได้สารภาพหลังจากฟังเพลงโซนาตาของเบโธเฟนว่า เขาจะฟังเพลงบ่อย ๆ ไม่ได้ เพราะเสียงเพลงทำให้เขาอยากพูดเพราะ ๆ ทำเรื่อง (ที่เขาคิดว่า) โง่ ๆ และอยากลูบศีรษะเพื่อนเล่น !


เข้ามาอ่านต่อเลยนะครับ อยากให้อ่านกัน บางกระแสก็บอกว่าเพ้อเจ้อเหลวไหล บางกระแสก็ต่อต้านว่ามาหลอกขายของ แต่ผมเน้น Thinking Positive แบบมีเหตุผลครับ Click เข้าไปอ่านเลยครับ

Read the rest of this entry »

Popularity: 41%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

หมดอาทิตย์ของการทำงานอย่างรวดเร็ว อาทิตย์นี้การทำงานเป็นอย่างราบเรียบ ไม่มีอะไรวุ่นวายมากมาย
แถมยังพอมีเวลาเข้าไปแอบอ่านบล๊อคของคนอื่นมานิดหน่อยค่ะ เลยมาแปะไว้ให้ได้อ่านกัน

ยิ้มให้บ่อยที่สุด หมายถึงยิ้มให้ตัวเอง และให้คนอื่น
ตื่นเช้าๆ นอนดึกสักหน่อย จะได้มีเวลาดูโลกมากๆ
เห็นโลกให้มากที่สุด นั่นหมายถึงเดินเล่นดูโลกเยอะๆ
ไม่ต้องกินทุกสิ่งที่อร่อย แต่น่าจะอร่อยกับทุกสิ่งที่กิน
ไม่ต้องรักทุกคน ไม่ต้องทำให้ทุกคนรัก แค่มีบางคนที่รักกันจริงๆ
หายใจในจังหวะที่พอดี ไม่ถี่ ไม่เนือยจนเกินไป
ได้อยู่กับครอบครัว ปล่อยมุกให้เขาฮา และฮามุกของเขา
สะสมปัญญา ไม่ใช่เพราะอยากฉลาด แต่จะได้ไม่ทุกข์
เข้าใจโลกเพิ่มขึ้นทุกวัน เข้าใจมันอย่างที่มันเป็น
ในโลกมีคน เข้าใจโลกหมายถึงเข้าใจผู้คนด้วย
โกรธให้น้อย ชีวิตสั้น โกรธกันมันเสียเวลา
ดื่มน้ำให้มาก นั่นหมายถึงน้ำทุกประเภท
บางวันโค้กก็อร่อย บางวันก็โออิชิ บางวันก็ชาอู่หลง
เกิดมาตั้งนาน จะดื่มน้ำอย่างเดียวมันเศร้าไปหน่อย
แต่ไม่น่าดื่มอะไรซ้ำๆ กันนานๆ เดี๋ยวจะหวานหรือจืดเกิน
แต่น้ำไม่ใช่คน คนไม่ได้มีไว้ดื่ม และคนหนึ่งคนก็มีหลายรสชาติ
คบคนจำนวนมาก หากดูแลใส่ใจเขาได้
หากไม่ไหว น้อยไว้อาจจะดีกว่า
หาความตื่นเต้นใหม่ๆ ให้ชีวิตบ่อยๆ จะได้รู้สึกอยากหายใจต่อไป
ไม่ทิ้งขยะไว้บนโลก โลกมีขยะเยอะแล้ว
สร้างสรรค์อะไรทิ้งไว้บ้าง มุมหนึ่งคือจะได้ภูมิใจ
อีกมุมคือ ความหมายของการเกิดมา
ฟังเพลงเพราะๆ ไม่ด่าเพลงที่ตัวเองคิดว่าไม่เพราะ
เพราะอาจมีคนอื่นเขาชอบเพลงนั้นก็ได้
เอาปากมาร้องเพลงที่เราชอบ ดีกว่าเอาปากไปด่าเพลงที่ไม่ชอบ
อ่านหนังสือให้เยอะที่สุด หนังสือดีๆ อ่านทั้งชีวิตก็ไม่หมด
ถ้าใช้เวลากับเรื่องไร้สาระน้อย จะมีเวลาให้เรื่องมีสาระเยอะ
แต่เรื่องมีสาระมีมาก เวลาเท่าไหร่ก็ไม่พอ
“สาระ” ของแต่ละคนต่างกัน
เรื่องไร้สาระของบางคนอาจเป็นเรื่องมีสาระของบางคน
มีหนังสือหลายเล่มที่อยากอ่านก่อนตาย
ถ้าตายแล้วไม่ได้อ่านก็วางมันไว้บนโลกนี่แหละ
ถ้าชาติหน้ามีจริงจะกลับมาอ่าน ถ้าไม่มีก็ดีแล้ว
คุยกับคนต่อหน้ามากกว่าผ่านอินเตอร์เน็ต
เวลาจ้องตากันนี่มันดีนะ
หลับให้สบาย วางความคิดไว้ข้างเตียง
เกิดมาทั้งทีควรหลับฝันดีทุกคืน (หรือไม่ก็ไม่ต้องฝัน)
หากมีคนที่เราอยากให้เขาฝันดี น่าจะบอกเขาบ่อยๆ
มันไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์ขนาดจะบันดาลให้มันเป็นจริงหรอก
แต่เขาจะได้รู้สึกดีตั้งแต่ก่อนฝันแล้ว
เวลาหลับเราต้องการความสงบ เวลาตื่นต่างหากที่เราอยากยิ้ม
เกิดมาทั้งทีน่าจะได้ทดลองทำในสิ่งที่อยากทำ
รู้ได้ไงว่าจะได้เกิดมาลองอีกหน โทรไปถามพระพรหมแล้วหรือ
ความสำเร็จ คือการได้ลงมือทำ
ความผิดพลาดคือ อยากแล้วไม่ลอง
ผิดคือครู ไม่ผิดจะเรียนรู้จากใคร
เวลาผ่านไปทุกวัน โอกาสก็ยิ่งน้อยลง
เคารพคนแก่ที่น่าเคารพ เช่นเดียวกับเคารพเด็กที่น่าเคารพ
วันหนึ่งเราจะแก่เหมือนเขา ศึกษาจากความแก่ ดูแลความชรา
เลือกดูทีวีที่ “น่าดู” ใครก็รู้ว่า “น่าดู” คืออะไร
ของใครก็ของมัน
ไปทะเลบ้าง ทะเลมันกว้าง ใหญ่ ช่วยขยายใจได้
ไปภูเขาบ้าง ภูเขามันสูง ตระหง่าน อยู่นานกว่าคน
ขำ-เวลาที่อยากขำ ไม่ต้องอั้นทำเก๊กว่า-ไม่เห็นขำตรงไหน
ชม-เวลาเจออะไรที่ชอบ เก็บเอาไว้ ตายไปไม่ได้บอก
ชื่นชม-สิ่งที่อยากชื่นชม
หากมัวเอาเวลาไปตั้งแง่ จะเหลือเวลาที่ไหนให้ชื่นชม
ความสำเร็จอาจเหมือนก้อนอิฐ ที่ต้องก่อร่างทีละก้อน
เพื่อเห็นผลสำเร็จในปั้นปลาย หากไม่ก่อวันนี้จะมีตึกไหม
หรืออาจเหมือนลมหายใจที่ไหลวนปนอยู่ในชีวิตทุกวินาที
แทนที่จะสำเร็จตอนอายุสี่สิบ ห้าสิบ หกสิบ หรือเจ็ดสิบ
ทำไมเราไม่สำเร็จมัน ณ วินาทีนี้เลย
คนเราอาจประสบความสำเร็จได้ในทุกวินาที
แต่เราจะประสบความสำเร็จได้

*** แรงบันดาลใจจาก Ralph Waldo Emerson
*** นิ้วกลม

Popularity: 14%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google
September 19, 2008

ได้รับ FM Mail ดี๊ ดี มาหนึ่งฉบับ (ในบรรดา FW คลิปหลุดทิ้งหลาย ..สิบ..ฉบับ ฮ่าาา)
หัวข้อ ” ความสุข ๒ ชั้น “ โดย พระมหาสมปอง
ไม่ขอกล่าวโดยสรุปเด่วจะเสียอรรถรส พระท่านว่ามีเนื้อความ ดังนี้

อาตมาอ่านเจอกลอนในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ที่ผู้เขียนระบายไว้ได้สาแก่ใจมากเลย

 

เร็ว ก็หาว่าล้ำหน้า ช้า ก็หาว่าอืดอาด
โง่ ก็ถูกตวาด พอฉลาด ก็ถูกระแวง
ทำก่อน บอกไม่ได้สั่ง ทำทีหลัง บอกไม่มีหัวคิด
 
เฮ้อ นี่แหละชีวิตคนทำงาน
 
ข้างต้นน่าจะเป็นกลอนที่โดนใจบรรดาคนทำงานหลาย ๆ คน เพราะสะท้อนความรู้สึกกดดันอย่างชัดเจน ซึ่งจากการได้พูดคุยกับโยมที่เข้ามาปรึกษาหารือถึงสาเหตุที่ทำงานกันอย่างไม่มีความสุขก็มีปัจจัยมากมายเช่น ทำงานที่ตัวเองไม่ถนัด ทำงานที่ไม่ชอบ โดนหัวหน้างานกดขี่ หรือรู้สึกว่าหน้าที่ที่ตัวเองได้รับมอบหมายนั้นต่ำต้อย ฯลฯ โดยจะว่าไปแล้ว บริษัทก็เหมือนกับบ้านหลังที่ ๒ ของเรา บางคนใช้ชีวิตในบริษัทมากกว่าที่บ้านซะอีก เพราะต้องตื่นขึ้นมาทำงานตั้งแต่ตี ๔ ตี ๕ กลับถึงบ้านก็ ๒-๓ ทุ่ม วันหนึ่งมี ๒๔ ชั่วโมง หากต้องใช้ชีวิตในการทำงาน (รวมนั่งรถไป-กลับ) วันละ ๑๐ กว่าชั่วโมงแล้ว ถ้าโยมไม่มีความสุขกับงานที่ทำ จึงเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจมาก ๆ
 
security guardอาตมาชอบใจคุณยามที่บริษัทแห่งหนึ่งมาก เคยถามเขาว่า ไม่เบื่อเหรอ เปิดประตูทั้งวัน เขาตอบกลับอย่างฉะฉานว่า
 
” ไม่เบื่อหรอกครับท่าน เพราะคนจะเข้าไปที่นี่ได้หรือไม่ได้ มันอยู่ที่ผม ถ้าผมไม่เปิดประตู ไม่อนุญาตหรือบอกไม่ให้เข้า เขาก็ไม่ได้เข้านะ อย่างพระอาจารย์มาบรรยายที่นี่ ผมไม่ให้เข้าก็ได้ แต่ผมให้เข้าครับ ” (แล้วไป)
 
อาตมาจึงไม่แปลกใจเลย เวลาไปทำธุระที่บริษัทนี้ทีไร มักเห็นเจ้าหมอนี่ ทำหน้าที่ตัวเองอย่างกระตือรือร้น ก็เพราะเขามีทัศนคติที่ดีต่อหน้าที่ เห็นความสำคัญของตัวเอง จึงทำให้เขาทำงานได้อย่างมีความสุข (แถมมีมุขอำกลับอาตมาอีกต่างหาก)
 
ดังนั้นอาตมาจึงอยากจะหนุนใจญาติโยมที่กำลังรู้สึกย่ำแย่กับงานของตัวเองว่า
 
ถ้าเราทำงานจนเมื่อยมือเหลือเกิน ก็จงดีใจเถอะ ที่มีมือให้เมื่อย
ถ้าเราเดินไปเดินมาจนปวดขาเหลือเกิน ก็จงดีใจเถอะ ที่มีขาให้ปวด
ถ้าเราเห็นหัวหน้า แล้วเซ็งเหลือเกิน ก็จงดีใจเถอะ ที่มีหัวหน้าให้เซ็ง
ถ้าเราเห็นงาน แล้วเราเบื่องานเหลือเกิน ก็จงดีใจเถอะ ที่มีงานให้เบื่อ

เพราะหลายคนพอไม่มีงานให้ทำ ก็จะประท้วงกันอยากทำงาน ! อยากทำงาน ! ดังนั้นเมื่อคุณโยมมีโอกาสทำแล้ว ก็จงทำให้ดีที่สุด เริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนทัศนคติต่องานที่ทำก่อน เห็นความสำคัญของหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ได้ ทำมันอย่างเต็มที่และดีที่สุด เหมือนดั่งคุณยามที่อาตมายกมาเป็นตัวอย่างข้างต้น อาตมาเคยอ่านเจอคำแนะนำของท่านพระธรรมปิฎก (ป.อ.ประยุตฺโต) ในหนังสือเล่มหนึ่ง ท่านเขียนชี้แนะไว้ว่า งานมีผลตอบแทนสองชั้นด้วยกัน

ผลตอบแทน ความสุขชั้นที่ ๑ คือ ตอนเงินเดือนออกนี่คือความสุขชั้นที่หนึ่ง ซึ่งหลาย ๆ คนมีความสุขในการทำงานแค่วันนั้นวันเดียว หรือ
ผลตอบแทน ความสุขชั้นที่ ๒ คือ ถ้าเราสามารถพัฒนาตัวเองไปพร้อมกับงานได้ มันก็จะก้าวไปสู่อีกระดับ อันนำมาซึ่งผล นั่นเอง

หนึ่งเดือน คุณโยมอยากมีความสุขเพียง ๑ ชั้น หรือ ๒ ชั้น ก็เลือกเอาตามใจชอบเลย เจริญพร…

ปล ๑. ขอขอบคุณ อีนุ้ยกับ FW Mail ดี ๆ
ปล ๒. ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

Popularity: 9%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

หลังจากเกมส์จำลองการสร้างสิ่งมีชีวิตแบบเจ๋งๆจากค่าย EA แบบ Spore ที่ได้ฤกษ์วางแผงสู่ตลาดไปแล้ว เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา เกมส์ที่น่าสนใจอีกเกมส์หนึ่งที่กำลังจะเปิดตัวในช่วงปลายเดือนกันยายนเช่นกันก็คือเกมส์แนว MMORPG ที่ชื่อว่า Super Struct

MMORPG (ย่อมาจาก Massive Multiplayer Online Role-Playing Game) เป็นเกมอาร์พีจีที่ผู้เล่นหลายคนเข้ามาเล่นในเวลาเดียวกัน และเสมือนอยู่ในโลกเดียวกัน โดยผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ และผู้เล่นแต่ละคนจะสวมบทบาทเป็นตัวละครตัวหนึ่งในโลกนั้นด้วย เช่นเกม โปรเจควัน World of Warcraft แร็กนาร็อก ออนไลน์ เป็นต้น

ความหมายของชื่อ

Massive หรือ Massively = จำนวนมาก มโหฬาร
Multiplayer = ผู้เล่นหลายคน
Online = การเชื่อมต่อผ่านระบบเครือข่าย เช่น
อินเทอร์เน็ต
Role-Playing Game = เกมที่ผู้เล่นจะต้องสวมบทบาทเป็นตัวละครของเกมส์นั้น

MMORPG อาจแปลสั้น ๆ ได้ว่า เกมสวมบทบาทในระบบเครือข่ายที่มีผู้เล่นจำนวนมาก (*ที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki/MMORPG)

super-struct

Super Struct เป็นเกมส์เกี่ยวกับการจำลองสภาวะของโลก โดยเนื้อเรื่องเริ่มต้นในปี 2019 ช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นปีที่เครื่อง Super Computer : Global Extinction Awareness System หรือ GEAS ได้ทำนายเอาไว้ว่า จากจุดนั้นเผ่าพันธุ์ Homo Sapien จะสูญหายไปจากดาวเคราะห์โลกภายในเวลา 23 ปี (2042)

เพราะสาเหตุจากภาวะการณ์ต่างๆไม่ว่าจะเป็น โรคระบาด, Global Warming, การขาดแคลนทรัพยากร - พลังงาน และ อื่นๆอีกมากมายที่เราคุ้นหูกันอยู่จากภาวการณ์ปัจจุบัน (ไม่นับม๊อบ… สิ่งนี้ไม่น่าจะทำให้ Homo Sapien สูญพันธ์ได้ เอ๊ะ! หรือไม่ใช่??)

เกมส์นี้จะร่วมให้ผู้เล่นได้นำเสนอแนวคิด ว่าจะทำอย่างไรให้โลกอยู่ยาวขึ้นอีกนิดให้ได้ โดยผลการเล่นจะถูกนำไปเป็นข้อมูลให้กับ Institute for the Future ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มเกมส์นี้ หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมโปรดกดที่ลิงค์ที่ต้องการในบทความเพื่อนำไปสู่ข้อมูลเพิ่มเติมครับ

 

“It’s not just  about envisioning the future, It’s about inventing the future.”

Popularity: 11%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

การสูญเสียไม่มีใคร อยากจะเจอไม่ว่าเรื่องใด ๆ แน่นอนทุกคนต้องเคยสูญเสียมันไม่ใช่เรื่องแปลก แต่มันก็เป็นอะไรทีทำให้เราคิดอะไรขึ้นมาได้อีกหลาย ๆ เรื่อง เมื่อวานทำงานซะจนลืมไปว่าวันนี้เป็นวันครบรอบปีที่ 3 ของการสูญเสียผู้หญิงที่รักผมที่สุด ผู้หญิงที่คำว่าชีวิตท่านแลกให้ผมได้ แม่คือคนที่ผมรักที่สุด ก็เหมือนทุก ๆ คน ที่รักคนนี้มากที่สุดเช่นกัน

Grass_Rootsก่อนที่จะสูญเสียคุณแม่ ผมยังจำได้ว่าผมก็ให้ความสำคัญกับท่านมาก แต่มันมากพอกับที่ท่านให้ความสำคัญกับผมมากแค่ไหนผมก็ไม่รู้ ขณะที่ผมป่วยคนแรกที่จะวิ่งมาถึงก่อนก็คือแม่ ด้วยอาการเมื่อคนทุกข์ใจยิ่งกว่าที่เราป่วยซะอีก จำได้ว่าการสูญเสียครั้งนั้นผมรู้ล่วงหน้าแค่ 3 เดือนเป็นครั้งที่ผมไม่สามารถเรียกเวลากลับคืนมา เพื่อจะบอกว่ารักท่านมากแค่ไหน หรือทำในสิ่งที่อยากจะทำให้ท่านมากมายได้เลย มันดูเวลามันช่างน้อยซะเหลือเกิน ด้วยภาระหน้าที่การงานหรือความคิดไม่ได้ว่ามันเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ ผมก็กลับไปดูแลท่านแค่ทุกวันหยุดเท่านั้น คิดไม่เป็นเลยนะว่าแม่กำลังจะตาย กำลังจะจากเราไปแบบไม่มีวันกลับ โทรคุยกับท่านทุกวัน ได้แค่นี้เหรอ ท่านไม่เคยจะบอกเราเลยว่าแม่จะตายแล้วนะลูกมาดูแม่หน่อย มีแต่บอกว่าไม่เป็นไรแม่ยังสบายดี แม่สู้ได้ ไม่ต้องกังวล รักษาสุขภาพตัวเองนะ วันหยุดค่อยมาหาแม่… ผมก็กลับไปหาแม่ได้ประมาณ 5-6 ครั้ง สุดท้ายก็บอกท่านว่าอาทิตย์หน้าจะไปดูแล จะไปอยู่กับท่านทั้งอาทิตย์ รู้มั้ยว่าแม่ดีใจมาก แล้วก็ตั้งตารอเราทุกวัน พอกลับไปท่านก็อาการทรุดมากไม่มีใครโทรมาบอกว่าแม่ปวดหัวมากจนกินอะไรไม่ได้ไม่ยอมไปหาหมอทนอยู่ 3 วันเพื่อรอผมกลับไป แม่สั่งไม่ใครโทรบอกผมกลัวผมจะกังวลทำงานไม่ได้ พอไปถึงก็พาแม่ไปหาหมอ  สุดท้ายคืนนั้นแม่ก็เสีย ผมอยู่กับท่านทั้งคืนแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากกว่าคำว่า “ผมอยู่ตรงนี้แล้วแม่ แม่ไม่ต้องเป็นห่วง” จนท่านเสีย… แค่นี้เองเหรอที่ลูกคนนึงทำให้แม่ได้

การที่ได้เป็นพ่อคนทำให้รู้ว่าการที่จะเลี้ยงดูลูกให้เติมโตขึ้นมาสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งเป็นแม่ที่ลูก 2 คน มาคนเดี่ยวตั้งแต่เล็ก เงินทองก็ไม่ได้มีมากมาย มันจะลำบากขนาดไหน ตัวเราก็วิ่งตามความฝันความก้าว ไม่ค่อยหมั่นเคยหันกลับไปดูว่าท่านเป็นอย่างไรบ้างจนสายเกินไป มันเรียกคืนอะไรมาไม่ได้หรือจะย้อนกลับไปเพื่อจะแก้ไขก็ทำไม่ได้

แค่อยากจะบอกว่าขณะนี้ ที่เรากำลังดำเนินชีวิตของเราตามเส้นทาง หรือความฝัน หรือการดิ้นรน เพื่อความเจริญก้าวหน้าเพื่ออนาคต หรือเพื่ออะไรก็แล้วแต่ที่เราต้องการในชีวติ จงอย่าลืมที่จะหมั่นให้ความสำคัญกับพ่อแม่ ก่อนที่ไม่ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้ แล้วรู้สึกเสียใจตลอดไป

Popularity: 10%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

ช่วงนี้ผมไม่ได้มีโอกาสเขียนเรื่องใหม่ๆเลย เพราะว่ายุ่งๆกับเรื่องเรียนที่การสอบกำลังใกล้เข้ามา อีกทั้งงานที่ช่วงนี้ออฟฟิซเรามีค่อนข้าง (เยอะๆๆๆๆ) มาก (ๆๆๆๆ) พอดีได้เมล์ฉบับนี้มาหลายครั้ง จนครั้งล่าสุดได้เปิดอ่าน ก็เห็นว่า “น่าอ่าน” ดีและน่าจะให้แง่คิดกับชาวเราได้ ไม่มากก็น้อย :D

life-is-beautiful

วิธีทำให้ชีวิตให้โล่ง และ เบาขึ้น

เมื่อเร็วๆ นี้ผมได้เปิดตู้เสื้อผ้าดูเห็นมีเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใช้เต็มตู้ไปหมด เคยนึกจะใช้เวลาเลือกเอาสิ่งที่เลิกใช้ไปแล้วไปบริจาคที่ไหนสักแห่ง แต่ก็ยังไม่ได้ทำสักที เอาล่ะ…วันนี้เริ่มทำเสียที… ปรากฏว่า รื้อ ค้น ได้เสื้อ กางเกง เสื้อกันหนาวมากมายที่ไม่ได้ใช้แล้วหรือไม่อยากใช้แล้วนับเป็นร้อยชิ้น เมื่อเอาของออกจากบ้านไปบริจาคแล้ว มีความรู้สึกว่าตู้เสื้อผ้าโล่งขึ้น ตัวเองก็เบาลง ใจก็สบายขึ้นอย่างประหลาด รู้แล้วล่ะ…สิ่งที่ผมทำไปแล้วนั้น คือ การทำให้ชีวิตโล่งและเบาขึ้นนั่นเอง

วันนี้เรามาคุยกันถึงวิธีทำให้ชีวิตเบาขึ้น โล่งขึ้น สบายขึ้นดีไหม?
วิธีทำให้ชีวิตโล่ง และเบาขึ้น เช่น…

1. เก็บของที่ไม่ใช้ เลิกใช้ เอาไปบริจาคให้ผู้เดือนร้อน เช่น เสื้อผ้า รองเท้า เฟอร์นิเจอร์เก่าๆ อย่าไปเสียดายกับของที่ไม่ใช้แล้วเลย

2. ลดงานที่เครียดๆ ลงบ้าง เช่นงานประชุมที่เอาจริงเอาจังงานที่ แข่งขัน และหวังผลสูงถ้าเลือกได้ลาออกจากการเป็นกรรมการอะไร ต่อมิอะไรเสียบ้างก็ได้ บรรยากาศของการประชุมมักจะเครียดเสมอ สารความเครียดก็หลั่งตลอดเวลา…รู้ไหม?

3. เลือกไปงานที่สำคัญและควรจะไปเท่านั้นไม่เช่นนั้นเราจะไม่มีเวลา เป็นของตัวเองเลย

4. อ่านหนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารให้น้อยลง โดยเฉพาะข่าว อาชญากรรม หรือข่าวเครียดๆ ที่ซ้ำกันทุกวัน

5. เลิกดูรายการทีวี.ที่เครียด หรือรายการข่าวหนักๆ ที่ซ้ำๆ กันทุกวัน เช่น รายการที่มีพิธีกรมานั่งเถียงกัน พูดแข่ง พูดแซวกัน 2-3 คน ดูไปฟังไฟแทนที่จะสบายใจกลับเครียดมากขึ้น น่าเบื่อด้วยซ้ำ

6. อย่ารับปากหรือสัญญาว่าจะทำอะไรให้ใครๆ ง่ายๆ ด้วยความเกรงใจเลยหัดปฏิเสธให้เป็น

7. อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงคนอื่นเลย ทำได้ยากมาก จะทำให้เรา จมปลักอยู่กับความผิดหวังในตัวคนอื่น และเกลียดชังสังคมรอบตัว พยายามรักคนอื่นและยอมรับเขาตามความเป็นจริงเถิด ถ้ารักไม่ลง ก็มองข้ามเขาไป และลดความคาดหวังในตัวเขาลงด้วย เมื่อเวลาผ่านไป เราหันไปมองเขาใหม่ เราจะเข้าใจยอมรับและ รักเขาตามความเป็นจริงได้มากขึ้น

8. หัดไปไหนมาไหนคน เดียวเป็นเพื่อนตนเองได้จะลดขั้นตอนและ ความยุ่งยากใจ เวลาจะต้องทำอะไร หรือไปไหนได้มากขึ้น

9. ลดความบ้างาน บ้าเงิน บ้าอำนาจบ้าเกียรติยศชื่อเสียงลงบ้าง จะทำให้คุณไม่เครียดกับการเฆี่ยนตัวเอง ให้ทำงานหนัก และ แข่งขันกับคนรอบข้างตลอดเวลา จนลืมสร้างมิตรและไม่เคยพอใจ ตัวเองเลยไม่ว่าจะได้มามากเท่าไร

10. ถ้าจะรักใครสักคนอย่าหลงรักเขาทั้งหมดของชีวิตและ อย่าเข้าไปก้าวก่ายชีวิตเขาด้วย จงคิดเพียงจะอยู่ข้างๆ เขาก็พอแล้ว การรักแบบนี้จะทำให้รักกันได้นานๆ

11. ลองแบ่งเวลาวันละ 1 ชั่วโมง ล้างจิตใต้สำนึกที่ไม่ดีออกไปให้หมด

Popularity: 9%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

คำสี่คำ

Author: Kwanchai.c
September 16, 2008

วันนี้ก็ไม่มีอะไรมากครับ แค่อยากจะ share คำ 4 คำ ที่ผมชอบมาก

คำ 4 คำ นี้ผมได้มาจาก ดร.เทียม โชควัฒนา… ผู้สร้าง สหพัฒนพิบูล คงมีคนเคยได้ยินมาบ้างแล้ว

คำ 4 คำนั้นคือ

“เร็ว ช้า หนัก เบา″

เป็นคำที่ simple มากๆ แต่สำหรับผมแล้วมันใช้ยากโคตรๆ แต่ถ้าใช้เป็นแล้ว “สุดยอด”

เวลาไหนควร เร็ว, ช้า, หนัก, เบา

สำหรับผม ความยากของมันคือ เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าเวลาไหน ควรใช้อะไร

ฝากไว้แค่นี้ละครับ หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคน ไม่มากก็น้อย…

Popularity: 8%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google
September 14, 2008

จริงๆที่ว่าง่ายแสนง่ายกับการสะสมไมล์เพื่อใช้แลกตั๋วนั้น

ก้เพราะว่า เราสามารถใช้ไมล์สะสมของคนอื่น

แลกให้ตัวเราเองก้ทำได้นะคะ อุอุอุ

เพียงแต่ว่า หากเป็น Immediate family” (พ่อ แม่ หรือพี่น้องที่เกิดมาจากพ่อแม่เดียวกันค่ะ)

แน่นอนค่าธรรมเนียมเวลาแลกย่อมถูกกว่าคนที่ไม่ใช่แลกให้กันมากมาย

และหากไมล์สะสม มีไม่ถึง (สมมุติว่าคุณขาดไป 1,000 ไมล์)

เค๊าก้มีกติกาให้คุณซื้อไมล์เพิ่ม ราคาประมาณ 1 บาทกว่าๆ  ต่อ 1 ไมล์

อ่ะทีนี้ สมมุติว่าคุนมีไมล์สะสมใน account แล้ว

ไมล์สะสมนี้ไม่ใช่ว่าจะเอามาแลกเปน ตั๋วเครื่องบินได้ อย่างเดียวนะคะ

ไมล์นี้เอามาแลกเป็นห้องพักในโรงแรมระดับ 5 ดาวทั่วโลก
หรือจะเลือกนำมาไมล์สะสมมาใช้
upgrade class ตั๋วเครื่องบินก้ทำได้

เรื่องตั๋วผ่านไป….
เรื่องวีซ่าก้มาถึง
จิงๆขอวีซ่าไปประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกอาจจะยุ่งนิดนึง
แต่ที่โดนใจมากกว่าขอไปออส

เรื่องแรกก้เพราะราคาค่าธรรมเนียมวีซ่านี่แหล่ะค่ะ

ขอวีซ่าไปญี่ปุ่น ราคาถูกกว่าจ่าย 900 บาทเท่านั้น
ที่สำคัญ ขอไม่ผ่าน ไม่ต้องจ่ายค่ะ

ยื่นวันจันทร์ วันพุธไปรับกลับได้ (ผ่านไม่ผ่านเห็นกันตรงนั้น จ่ายกันตรงนั้น)

http://www.jeducation.com/THAI/prepare/shortvisa.html

 

ส่วนที่ออส กบไม่แน่ใจตัวเลขที่แน่นอน
แต่ล่าสุดที่หาข้อมูลจากเวบไซต์ ว่ากันว่า เสียค่าขอวีซ่าเกือบสามพัน

สามพัน แต่ถ้าได้ไปไม่ว่า
สามพันของออสนี่เราต้องทำเปนแคชเชียร์เช็ค
ทำจ่ายสถานฑูตออสฯ ก่อนเรย ยื่นวันที่เราไปขอ
ผ่านหรือไม่ผ่านอย่างไร ก้
 ไม่คืนเงิน

ระยะเวลาในการอคอยการอนุมัติก้ไม่แน่นอน
ให้ประมาณก้
5 -7 วัน นี่คือ Tourist Visa นะคะ

ถ้าขอเปน student visa เด๋วนี้ก้ หมื่นกว่าบาทแร้วนะคะ

สถานฑูตญี่ปุ่นอยู่ข้างๆกับ สวนลุมไนท์นะคะ ย้ายมาจากอโศกแร้ว
ส่วนสถานฑูตออสฯ ส่วนที่เราไปขอวีซ่าอยู่ที่ตึก ไทย
CC สาทร ค่ะ

หวังว่าข้อมูลคร่าวๆของกบคงมีประโยชน์ไม่มากก้น้อยนะคะ
Good Night ค่า ^ ^


 




 

 

 

 

Popularity: 10%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google